English | Русский | ไทย

Krabi International
Montessori Academy

ติดตามบน Facebook and Vkontakte

วิธีการของมอนเตสซอรี่

Montessori1 Eaafb8d467005d1ff6a99bd44902d0a2

ดร. มาเรีย มอนเตสซอรี่ นักมานุษยวิทยาและนักการศึกษา ที่เคยสอนเด็กมาทุกเชื้อชาติ พื้นเพ วัฒนธรรม ฐานะ และสังคมมานานกว่าห้าสิบปี ความที่เป็นคนช่างสังเกตเชิงวิทยาศาสตร์อย่างเข้มข้นเกี่ยวกับตั้งแต่เกิดจนเติบโต ทำให้ดร.มาเรียกลั่นกรองหลักปรัชญา จิตวิทยา และหลักการสอนขึ้นมา ด้วยหลักเกณฑ์เหล่านี้พร้อมกับวัสดุการสอนอัตโนมัติอันหลากหลาย จึงเป็นที่รู้จักในฐานะวิธีการศึกษาของมอนเตสซอรี่ มอนเตสซอรี่คือวิวัฒนาการวิธีการสังเกตและการสนับสนุนพัฒนาการตามธรรมชาติของเด็ก หลักปฏิบัติด้านการศึกษาของมอนเตสซอรี่ช่วยให้เด็กพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ การแก้ปัญหา การคิดวิเคราะห์ ทักษะการจัดการเวลา และการดูแลสิ่งแวดล้อมและดูแลผู้อื่น และเป็นการเตรียมให้เด็กๆ ออกไปช่วยเหลือสังคมและเป็นบุคคลที่สมบูรณ์ พื้นฐานหลักปฏิบัติในห้องเรียนของมอนเตสซอรี่คือการผสมกลุ่มอายุ (3-6 ขวบในหนึ่งชั้นเรียน) โดยให้เด็กแต่ละคนค้นคว้าและทำงานด้วยความเข้มข้นอย่างต่อเนื่อง การสอนบทเรียนเป็นกลุ่มจะไม่ค่อยพบในห้องเรียนมอนเตสซอรี่ แต่เป็นการเรียนรู้อย่างหลากหลาย เพราะทำให้เด็กมีความสุข เด็กๆ จะ   จดจำได้กับสิ่งที่พวกเขาเรียนรู้ หลักปฏิบัติอันเป็นเอกลักษณ์ของมอนเตสซอรี่เป็นวิธีที่เติบโตและประสบความสำเร็จมากที่สุดของการศึกษาในปัจจุบัน 


เด็กเรียนรู้อย่างไรในห้องเรียนแบบมอนเตสซอรี่

ด้วยวิธีการศึกษาแบบมอนเตสซอรี่ เด็กจะเป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ มีความรับผิดชอบ และรู้จักหน้าที่ของตัวเองในสังคม  ในห้องเรียนของเรา เราจะจัดให้เด็กได้มีเวลาเรียนอย่างเต็มที่ 3 ชั่วโมง โดยไม่มีสิ่งรบกวนใดใดทั้งสิ้น เด็กมีสิทธิที่จะเลือกเรียนตามความสนใจของตัวเอง สื่อการเรียนรู้ถูกออกแบบให้เด็กสามารถแก้ปัญหาได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องใช้คำพูดในการถามผู้ใดหรือแม้กระทั่งครู เด็กจะได้เรียนรู้สื่อต่างๆอย่างเข้าใจลึกซึงจากง่าย ไปยาก อย่างเป็นลำดับ ไม่ข้ามขั้นตอน ไม่สับสน การเรียนในห้องจะไม่มีการแข่งขัน การให้รางวัล หรือ การลงโทษ เด็กจะรู้จักให้รางวัล และภาคภูมิใจในตัวเอง เมื่อเขาสามารถแก้ปัญหาจากสื่อการเรียนได้ด้วยตนเอง

ในขณะเดียวกันเมื่อเขาทำสิ่งที่ไม่เหมาะสม สื่อของเราก็จะสอนให้เด็กรู้จักสำนึกผิด และรู้จักแก้ไขตัวเองต่อไปอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องให้ใครมาชี้นำ เด็กจะพยายามพัฒนาตัวเองให้ดีที่สุดเท่าที่ตัวเองจะทำได้ ไม่ใช่ดีกว่าคนนั้น หรือคนนี้ พวกเขาจะสร้างมาตรฐานคนต้นแบบในใจเอง

ลักษณะห้องเรียนของเราจะคละเด็ก สามอายุ คือ 4 ,5 และ 6 ขวบ ข้อดีของการรวมเด็กทั้งสามอายุไว้ในห้องเดียวกันคือ เด็กแต่ละคนจะรู้จักหน้าที่ของตัวเอง เช่น เด็กโตก็อยากทำสิ่งดีๆเพื่อเป็นแบบอย่าง และเป็นผู้นำ เด็กเล็กก็อยากทำตามสิ่งที่เด็กโตทำ เด็กโตรู้จักรักน้อง เด็กเล็กรู้จักเคารพพี่ รู้จักการรอคอย เข้าคิว การแสดงความรู้สึกกับคนอื่นด้วยการพูด

บทบาทของครู

ครูในชั้นเรียนมอนเตสซอรี่ เป็นผู้สังเกตพฤติกรรมและความต้องการภายในจิตใจของเด็ก และหาสื่อที่เหมาะสมในการตอบสนองความต้องการเรียนรู้ของเด็ก อย่างดีที่สุด สื่อหรือวิธีการที่มอบให้เด็ก จะต้องสามารถพัฒนาเด็กตามที่เด็กชอบ   ครูจะต้องเป็นแบบอย่างที่สง่างามให้แก่เด็ก ครูต้องเป็นแบบอย่างให้เด็กว่าใช้สื่อของมอนเตสซอรี่อย่างไร แล้วเด็กก็จะทำตามแบบอย่างที่ดีงาม

ครูจะต้องพูดด้วยน้ำเสียงที่ชัดเจน ไม่เร็วเกินไป พูดแล้วเด็กเข้าใจง่าย และ มีน้ำเสียงชวนให้ทำตาม ครูจะต้องรักษามาตรฐานของระเบียบวินัย ไม่ว่าใครก็ตามต้องทำตามกฎระเบียบนี้

กล่าวโดยสรุปคือ ครูคือผู้สร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และสามารถเป็นต้นแบบให้เด็กทำตามทางที่ดีได้